แช่ "กางเกงยีนส์" ในช่องฟรีซข้ามคืน จะเกิดอะไรขึ้น? เปิดเคล็ดลับสายเดนิม ประโยชน์เกินคาด

แช่ "กางเกงยีนส์" ในช่องฟรีซข้ามคืน จะเกิดอะไรขึ้น? เปิดเคล็ดลับสายเดนิม ประโยชน์เกินคาด

แช่ "กางเกงยีนส์" ในช่องฟรีซข้ามคืน จะเกิดอะไรขึ้น? เปิดเคล็ดลับสายเดนิม ประโยชน์เกินคาด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ช่องแช่แข็งตู้เย็นไม่ได้มีไว้แช่อาหารอย่างเดียว เปิด 3 เคล็ดลับดูแลเสื้อผ้า โดยเฉพาะยีนส์ นำแช่ฟรีซ ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้

เมื่อพูดถึงช่องแช่แข็ง หลายคนคงนึกถึงการเก็บเนื้อสัตว์ อาหารแช่แข็ง หรือทำน้ำแข็งเป็นอันดับแรก แต่ในโลกของงานบ้าน ความเย็นยังถูกนำมาประยุกต์ใช้แก้ปัญหาเกี่ยวกับเสื้อผ้าและรองเท้า ตั้งแต่ช่วยลดกลิ่นกางเกงยีนส์ ไปจนถึงจัดการหมากฝรั่งเหนียวหนึบที่ติดแน่นกับเนื้อผ้า

เคล็ดลับเหล่านี้ได้รับความสนใจ เพราะทำได้ง่ายและแทบไม่ต้องใช้อุปกรณ์เพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม แต่ละวิธีเหมาะกับวัสดุและสถานการณ์แตกต่างกัน จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวังและตรวจสอบป้ายดูแลเสื้อผ้าก่อนทุกครั้ง

 

แช่กางเกงยีนส์ในช่องฟรีซ ช่วยลดกลิ่นและยืดเวลาระหว่างการซัก

กางเกงยีนส์เป็นเสื้อผ้าที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรงและสวมใส่ได้นาน แต่การดูแลรักษากลับเป็นเรื่องที่มีความเห็นแตกต่างกัน บางคนเลือกซักทุกครั้งหลังสวมใส่เพื่อกำจัดเหงื่อและสิ่งสกปรก ขณะที่อีกกลุ่มพยายามเว้นระยะการซัก เพราะกังวลว่าน้ำ ผงซักฟอก และแรงเสียดทานจะทำให้สีซีดหรือเนื้อผ้าเสียทรงเร็วขึ้น

หนึ่งในเคล็ดลับที่ได้รับความนิยมคือการนำกางเกงยีนส์ไปแช่ในช่องแช่แข็ง โดยเชื่อว่าอุณหภูมิต่ำสามารถช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ชั่วคราว เมื่อไม่ต้องซักบ่อย กางเกงจึงมีโอกาสคงสีและทรงเดิมได้นานขึ้น พร้อมลดการสึกหรอจากกระบวนการซัก

วิธีทำคือพับกางเกงยีนส์ให้เรียบร้อย ใส่ในถุงซิปล็อกหรือถุงพลาสติกสะอาดที่ปิดสนิท แล้วนำไปแช่ในช่องแช่แข็งข้ามคืน หลังนำออกมาควรวางไว้จนกลับสู่อุณหภูมิปกติและผึ่งในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเท ก่อนนำกลับมาสวมใส่

การเว้นระยะการซักยังอาจช่วยลดการใช้น้ำและไฟฟ้า รวมถึงยืดอายุการใช้งานของกางเกงได้ แต่หากมีกลิ่นแรง คราบสกปรกชัดเจน หรือสวมใส่ในวันที่เหงื่อออกมาก ก็ควรนำไปซักตามปกติ เพราะการแช่เย็นไม่ได้กำจัดเหงื่อ น้ำมันจากผิว และสิ่งสกปรกซึ่งสะสมอยู่ในเส้นใยผ้า

ใช้ความเย็นจัดการหมากฝรั่งติดเสื้อผ้าและรองเท้า

หมากฝรั่งที่ติดบนเสื้อผ้าหรือพื้นรองเท้ามักจัดการได้ยาก เพราะยิ่งดึงขณะยังนิ่มก็ยิ่งยืดและกระจายเป็นวงกว้าง ความเย็นจึงถูกนำมาใช้ช่วยให้หมากฝรั่งแข็งตัว ลดความเหนียว และลอกออกได้สะดวกขึ้น

เริ่มจากใส่เสื้อผ้าหรือรองเท้าลงในถุงสะอาด โดยจัดไม่ให้ด้านที่มีหมากฝรั่งสัมผัสกับส่วนอื่น จากนั้นนำไปแช่ช่องแข็งประมาณ 1-2 ชั่วโมง หรือรอจนหมากฝรั่งแข็งเต็มที่ แล้วจึงค่อย ๆ ลอกหรือเขี่ยออกอย่างเบามือ

ควรหลีกเลี่ยงการใช้มีดหรืออุปกรณ์ปลายแหลมขูดแรง ๆ เพราะอาจทำให้เส้นใยขาดหรือพื้นผิวรองเท้าเป็นรอย หากยังมีคราบหลงเหลือ ให้ตรวจป้ายดูแลเสื้อผ้าก่อนเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ขจัดคราบ และควรทดลองในบริเวณเล็ก ๆ ที่มองเห็นได้ยากก่อนเสมอ

แช่ผ้าไหมให้เย็นก่อนรีด เคล็ดลับลดเวลาสัมผัสความร้อน

ผ้าไหมมีความละเอียดอ่อน ไวต่อความร้อน และอาจเกิดรอยเงาได้หากใช้เตารีดที่ร้อนเกินไป เคล็ดลับที่นิยมส่งต่อกันคือทำให้ผ้ามีความชื้นเล็กน้อย ก่อนนำไปแช่เย็นระยะสั้น เพื่อช่วยให้รอยยับคลายตัวและรีดได้ง่ายขึ้น

วิธีที่แชร์กันคือฉีดละอองน้ำบาง ๆ ให้ผ้าหมาดเล็กน้อย พับอย่างเรียบร้อย ใส่ในถุงซิปล็อกหรือถุงพลาสติกสะอาด แล้วนำไปแช่ในช่องแช่แข็งประมาณ 15-30 นาที หลังนำออกมาจึงรีดทันทีด้วยอุณหภูมิต่ำหรือเลือกโหมดสำหรับผ้าไหม

เพื่อป้องกันรอยเงา ควรกลับด้านในของผ้าก่อนรีด หรือวางผ้าฝ้ายบางสะอาดคั่นระหว่างเตารีดกับผ้าไหม ไม่ควรวางเตารีดค้างในจุดเดิมนานเกินไป และหากป้ายระบุว่าห้ามรีดหรือต้องซักแห้ง ควรทำตามคำแนะนำของผู้ผลิตเป็นหลัก

ข้อควรระวังก่อนนำเสื้อผ้าเข้าช่องแช่แข็ง

เสื้อผ้าและรองเท้าที่ผ่านการใช้งานอาจมีฝุ่น เหงื่อ และสิ่งสกปรกติดอยู่ จึงควรใส่ในถุงที่ปิดสนิทก่อนนำเข้าช่องแช่แข็ง และต้องแยกออกจากอาหารอย่างชัดเจน ไม่ควรวางเสื้อผ้าสัมผัสชั้นวางหรือภาชนะเก็บอาหารโดยตรง

นอกจากนี้ เสื้อผ้าที่มีชิ้นส่วนจากหนัง พลาสติก กาว เลื่อม หรืองานพิมพ์บางชนิดอาจไม่เหมาะกับอุณหภูมิต่ำ เพราะวัสดุอาจแข็ง เปราะ หรือเสียหายได้ ส่วนผ้าไหมแต่ละชนิดมีการย้อมและตกแต่งต่างกัน จึงควรทดลองกับพื้นที่เล็ก ๆ หรือข้ามวิธีนี้ไปหากไม่แน่ใจ

สรุป ช่องฟรีซช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ไม่แทนการซัก

ความเย็นจากช่องแช่แข็งสามารถประยุกต์ใช้กับเสื้อผ้าได้หลายรูปแบบ โดยเฉพาะการทำให้หมากฝรั่งแข็งเพื่อลอกออกง่ายขึ้น ส่วนการแช่กางเกงยีนส์อาจช่วยลดกลิ่นได้เพียงชั่วคราวและเหมาะสำหรับใช้คั่นระหว่างรอบการซักเท่านั้น

สิ่งสำคัญคือไม่ควรมองว่าช่องแช่แข็งเป็นเครื่องซักผ้าทดแทน เพราะเหงื่อ น้ำมัน คราบสกปรก และจุลินทรีย์ส่วนใหญ่ยังคงติดอยู่บนผ้า หากเสื้อผ้าเปื้อ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล